วันที่โพสต์: 2 October 2026

7 เรื่องต้องรู้ก่อนสมัครงานพาร์ทไทม์ในปี 2569

7 เรื่องต้องรู้ก่อนสมัครงานพาร์ทไทม์ในปี 2569

8 ชั่วโมงต่อวันคือเส้นสำคัญที่คนหางานต้องเข้าใจ ก่อนสมัครงานพาร์ทไทม์ เพราะชั่วโมงงาน ค่าจ้าง วันหยุด และสถานะการจ้างมีผลต่อเงินที่ได้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อเรียกตำแหน่งว่า “พาร์ทไทม์” เท่านั้น ผู้อ่านควรดูทั้งเวลาทำงาน หน้าที่จริง และเงื่อนไขการจ่ายเงินก่อนกดสมัครทุกครั้ง โดยเฉพาะงานร้านอาหาร ค้าปลีก event และคลังสินค้าที่มีหลายรูปแบบการจ้างในตลาดไทย

พนักงานหญิงชาวไทยอายุ 20 ต้นๆ สวมเสื้อสีขาว ยิ้มและถือแท็บเล็ตในร้านกาแฟสมัยใหม่กรุงเทพฯ แสงธรรมชาติอบอุ่น บรรยากาศงานบริการที่มีชีวิตชีวา

งานพาร์ทไทม์อาจเริ่มจากการหารายได้ แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือประสบการณ์ที่เอาไปต่อยอดได้จริง

งานพาร์ทไทม์

  • งานพาร์ทไทม์คืออะไร? นิยามและภาพรวม

  • พาร์ทไทม์ งานประจำ ฟรีแลนซ์ และ outsource ต่างกันอย่างไร

  • สิทธิ์ตามกฎหมายที่พนักงานพาร์ทไทม์ต้องรู้

  • 5 ประเภทงานพาร์ทไทม์ที่ตลาดต้องการสูง

  • นายจ้างจ้างพาร์ทไทม์ได้ประโยชน์อะไร

  • วิธีหางานพาร์ทไทม์ที่ได้ผลจริงในปี 2569

งานพาร์ทไทม์คืออะไร? นิยามและภาพรวม

งานพาร์ทไทม์ คือ งานที่ใช้เวลาทำงานน้อยกว่างานประจำขององค์กรเดียวกัน โดยทั่วไปมักเป็นกะสั้น รายวัน รายสัปดาห์ หรือเฉพาะช่วงที่นายจ้างต้องการกำลังคนเพิ่ม เช่น ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือช่วงจัดกิจกรรมใหญ่ คำว่า “พาร์ทไทม์ คือ” จึงไม่ได้แปลว่างานไม่จริงจัง แต่หมายถึงรูปแบบเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นกว่าเท่านั้น

ประเด็นที่ควรดูไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือ “ทำกี่ชั่วโมง จ่ายอย่างไร ใครเป็นนายจ้าง และมีหลักฐานการจ้างไหม” งานพาร์ทไทม์ที่ดีควรระบุชื่องาน สถานที่ เวลากะ ค่าแรง วิธีจ่ายเงิน และผู้ติดต่อให้ชัดเจน ถ้าประกาศเขียนเพียงว่า “รายได้ดี งานง่าย รับไม่จำกัด” แต่ไม่บอกเงื่อนไขพื้นฐาน ควรตรวจสอบเพิ่มก่อนสมัครหรือส่งเอกสารส่วนตัวออกไปตำรวจโดยไม่จำเป็น ไม่มีความจำเป็นต้องโอนเงินเพื่อแลกกับการสมัครงานทั่วไป และควรหลีกเลี่ยงประกาศที่ขอข้อมูลเกินจำเป็นตั้งแต่ยังไม่เริ่มคัดเลือกงานจริง

ในทางปฏิบัติ งานพาร์ทไทม์เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานประจำที่มีเวลาว่าง ผู้ปกครองที่ต้องการรายได้เสริม หรือคนที่อยากทดลองสายงานก่อนสมัครเป็นพนักงานเต็มเวลา ประเภทงานที่พบบ่อยคือร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า งานออกบูธ งานแจกสินค้า งานแพ็กของ และงานคลังสินค้า สิ่งที่เหมือนกันคือผู้สมัครต้องรักษาเวลา ทำตามมาตรฐานงาน และสื่อสารล่วงหน้าหากติดธุระ เพราะนายจ้างวางแผนกำลังคนตามกะที่ลงไว้จริง

ก่อนสมัคร ให้ถ่ายเก็บหรือบันทึกรายละเอียดประกาศงานไว้เสมอ โดยเฉพาะค่าจ้าง เวลากะ สถานที่ และชื่อผู้ว่าจ้าง เพื่อใช้ตรวจสอบหากรายละเอียดหน้างานไม่ตรงกับที่ตกลง

หลักฐานเชิงกฎหมายที่ใช้วางกรอบเรื่องนี้คือ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดหลักการคุ้มครองลูกจ้าง รวมถึงเวลาทำงานปกติที่โดยทั่วไปต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์สำหรับงานทั่วไป ขณะที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องอ้างอิงประกาศคณะกรรมการค่าจ้างของกระทรวงแรงงาน ไม่ใช่ตัวเลขที่นายจ้างตั้งเองตามความสะดวก

พาร์ทไทม์ งานประจำ ฟรีแลนซ์ และ outsource ต่างกันอย่างไร

หลายคนใช้คำว่า พาร์ทไทม์ รายวัน ฟรีแลนซ์ และ outsource ปนกัน แต่ทั้งสี่แบบมีผลต่อความคาดหวังและสิทธิ์ที่ต่างกัน งานพาร์ทไทม์มักมีหัวหน้างาน มีตารางกะ และมีสถานที่ทำงานชัดเจน งานรายวันเน้นการจ่ายตามวันที่ทำจริง งานฟรีแลนซ์เน้นส่งมอบผลงานตามขอบเขตงาน ส่วน outsource คือการที่องค์กรใช้ผู้ให้บริการภายนอกช่วยบริหารหรือจัดหาคนให้ตามข้อตกลง

รูปแบบงาน

เหมาะกับใคร

จุดที่ต้องเช็ก

พาร์ทไทม์

มีเวลาว่างเป็นกะ

ค่าจ้างและเวลากะ

งานรายวัน

อยากได้เงินตามวันที่ทำ

วันจ่ายเงิน

ฟรีแลนซ์

มีทักษะเฉพาะ

ขอบเขตงาน

งานประจำ

ต้องการรายได้สม่ำเสมอ

สวัสดิการและทดลองงาน

outsource

องค์กรต้องการคนจำนวนมาก

ผู้รับผิดชอบการจ้าง

ถ้าคุณต้องไปทำงานตามเวลา ใส่เครื่องแบบ รับคำสั่งจากหัวหน้างาน และใช้เครื่องมือของร้านหรือบริษัท งานนั้นมักใกล้เคียงการจ้างแรงงานมากกว่างานฟรีแลนซ์ แม้ประกาศจะใช้คำว่า “ผู้ช่วยชั่วคราว” หรือ “รายวัน” ก็ตาม ในทางกลับกัน ถ้าคุณรับงานออกแบบ ทำคอนเทนต์ แปลภาษา หรือซ่อมงานเฉพาะชิ้นจากที่ใดก็ได้ โดยตกลงราคาเป็นงานและส่งมอบผลงาน งานนั้นมักใกล้กับฟรีแลนซ์มากกว่า

สำหรับผู้สมัคร ประโยชน์ของการแยกประเภทให้ชัดคือการต่อรองและการประเมินความเสี่ยง คุณจะรู้ว่าควรถามเรื่องใดก่อนเริ่ม เช่น ฟรีแลนซ์ต้องถามขอบเขตงานและงวดจ่าย พาร์ทไทม์ต้องถามเวลาเริ่มเลิกงาน ค่าแรงต่อชั่วโมงหรือวัน และใครรับผิดชอบหากกะถูกยกเลิกกะทันหัน ความชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหา “ทำงานแล้วไม่ได้เงินตามที่คุย” ได้มาก

หลักฐานที่ใช้เทียบขั้นต่ำได้คือประกาศค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นฐานสำคัญเมื่อต้องประเมินว่างานรายวันหรืองานพาร์ทไทม์ให้ค่าตอบแทนสมเหตุสมผลหรือไม่ ข้อมูลที่ผู้เขียนตรวจสอบได้จากประกาศฉบับที่ 13 มีผลวันที่ 1 มกราคม 2568 ระบุช่วงค่าจ้างขั้นต่ำ 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด ผู้สมัครควรตรวจประกาศล่าสุดอีกครั้งก่อนเริ่มงานในปี 2569

สิทธิ์ตามกฎหมายที่พนักงานพาร์ทไทม์ต้องรู้

พนักงานพาร์ทไทม์ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแรงงาน “ชั่วคราวจึงไม่ต้องมีสิทธิ์” หากมีลักษณะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ผู้ว่าจ้างยังต้องคำนึงถึงค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันหยุด ความปลอดภัยในการทำงาน และหลักฐานการจ่ายเงิน หลักสำคัญคือดูความสัมพันธ์จริงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ทำงาน ไม่ใช่ดูแค่ชื่อที่เขียนบนประกาศ

ค่าจ้างต้องดูฐานขั้นต่ำของพื้นที่

งานพาร์ทไทม์มักประกาศเป็นบาทต่อชั่วโมงหรือบาทต่อวัน ผู้สมัครควรแปลงเทียบกับจำนวนชั่วโมงทำงานจริงเสมอ เช่น กะ 6 ชั่วโมงต่างจากกะ 9 ชั่วโมงมาก แม้จ่ายรายวันเท่ากันก็ตาม ถ้างานมีการพักเบรก ต้องถามว่าช่วงพักรวมอยู่ในเวลาคิดค่าจ้างหรือไม่ และถ้ามีงานเกินเวลาต้องตกลงวิธีจ่ายเพิ่มก่อนเริ่มงาน

วันหยุดและเวลาพักต้องชัด

งานร้านอาหารและค้าปลีกบางแห่งมีช่วงลูกค้าแน่น นายจ้างจึงวางกะยาวหรือแยกกะเช้าเย็น ผู้สมัครควรถามว่าเริ่มงานกี่โมง เลิกกี่โมง มีเวลาพักเมื่อไร และหากร้านขอให้อยู่ต่อหลังเลิกกะจะจ่ายอย่างไร คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การเรื่องมาก แต่เป็นการทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน

ประกันสังคมมาตรา 40 เป็นทางเลือกสำหรับคนทำงานอิสระ

ถ้าคุณรับงานหลายที่ ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำของนายจ้างรายเดียว หรือยังไม่เข้าระบบประกันสังคมมาตรา 33 ควรศึกษาประกันสังคมมาตรา 40 ซึ่งเป็นระบบสมัครใจสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและแรงงานนอกระบบ สิทธิประโยชน์และเงินสมทบมีหลายทางเลือก จึงควรดูรายละเอียดจากสำนักงานประกันสังคมก่อนสมัคร ไม่ควรฟังจากคำบอกต่อเพียงอย่างเดียว

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างหรือการเลิกจ้าง ควรติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

หลักฐานที่ควรรู้มี 2 แหล่งหลัก: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สำหรับหลักการคุ้มครองลูกจ้าง และสำนักงานประกันสังคมสำหรับข้อมูลมาตรา 40 ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำให้ยึดประกาศคณะกรรมการค่าจ้างของกระทรวงแรงงาน โดยข้อมูลประกาศฉบับที่ 13 ระบุ 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด ผู้สมัครจึงควรเช็กจังหวัดที่ทำงานจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะจังหวัดที่ตนพักอาศัย

5 ประเภทงานพาร์ทไทม์ที่ตลาดต้องการสูง

งานพาร์ทไทม์ในไทยมีหลายประเภท แต่กลุ่มที่พบประกาศบ่อยและเหมาะกับผู้เริ่มต้นมักอยู่ในงานหน้าร้าน งานบริการ และงานที่ต้องเพิ่มกำลังคนตามฤดูกาล ผู้สมัครควรเลือกจากเวลาที่ทำได้จริงก่อน แล้วค่อยดูค่าแรง เพราะงานที่จ่ายสูงกว่าแต่เดินทางไกลหรือเลิกดึกอาจไม่คุ้มเมื่อรวมค่าเดินทางและความปลอดภัย

  1. งานบริการร้านอาหารและคาเฟ่: รับออร์เดอร์ เสิร์ฟ เก็บโต๊ะ ล้างแก้ว เตรียมของหน้าร้าน เหมาะกับคนสื่อสารดีและยืนทำงานได้นาน

  2. งานค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ: เติมสินค้า จัดชั้นสินค้า แคชเชียร์ ตรวจสต็อก เหมาะกับคนละเอียดและทำงานตามขั้นตอนได้ดี

  3. งาน event และออกบูธ: ลงทะเบียนลูกค้า แจกของ ดูแลคิว ช่วยทีมหน้างาน เหมาะกับคนคล่องตัวและรับงานเป็นช่วงได้

  4. PC หรือ promoter: แนะนำสินค้า เชียร์ขาย เก็บข้อมูลลูกค้า เหมาะกับคนกล้าพูดและเข้าใจสินค้าที่รับผิดชอบ

  5. งานคลังสินค้าและแพ็กของ: คัดแยกสินค้า แพ็กกล่อง ติดสติ๊กเกอร์ ตรวจจำนวน เหมาะกับคนตรงเวลาและทำงานซ้ำได้แม่นยำ

งานบริการร้านอาหารและคาเฟ่มักมีช่วงพีคชัด เช่น มื้อกลางวัน มื้อเย็น และเสาร์อาทิตย์ จุดเด่นคือเริ่มเรียนรู้งานได้เร็ว แต่ต้องรับมือกับลูกค้าหลายแบบ ส่วนงานค้าปลีกต้องใส่ใจความถูกต้องของราคา สต็อก และการชำระเงิน งาน event อาจเหนื่อยเป็นวันยาว แต่เหมาะกับคนที่อยากรับงานเป็นครั้งคราวและไม่ผูกกับตารางประจำ

งาน PC หรือ promoter มักต้องเข้าใจจุดขายสินค้าและพูดคุยกับลูกค้าอย่างสุภาพ จึงเหมาะกับคนที่อยากฝึกการขายและการสื่อสาร ขณะที่งานคลังสินค้าอาจไม่ได้เจอลูกค้าโดยตรง แต่ต้องตรงต่อเวลา รักษาความปลอดภัย และทำงานตามระบบได้ดี งานเหล่านี้ไม่ได้มีลำดับว่าอะไร “ดีกว่า” กัน สิ่งสำคัญคือเลือกให้ตรงกับร่างกาย เวลาเดินทาง และเป้าหมายรายได้ของตัวเอง

หลักฐานเชิงค่าจ้างยังควรอ้างอิงฐานขั้นต่ำจากกระทรวงแรงงานเสมอ โดยประกาศค่าจ้างขั้นต่ำฉบับที่ 13 ที่ผู้เขียนตรวจสอบได้ระบุช่วง 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด ดังนั้นงานกะสั้นควรถูกประเมินตามชั่วโมงจริง งานกะยาวควรถูกเทียบกับค่าจ้างรายวันและเวลาพัก ไม่ใช่ดูตัวเลขรวมแล้วตัดสินทันที

นายจ้างจ้างพาร์ทไทม์ได้ประโยชน์อะไร

แม้บทความนี้เขียนสำหรับคนหางาน แต่การเข้าใจมุมของนายจ้างช่วยให้คุณสมัครงานได้ตรงกว่า ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ค้าปลีก และ event มักมีปัญหากำลังคนไม่เท่ากันในแต่ละช่วง วันธรรมดาอาจเงียบ แต่เสาร์อาทิตย์หรือวันโปรโมชันอาจต้องใช้คนเพิ่มทันที งานพาร์ทไทม์จึงช่วยให้นายจ้างจัดคนตามยอดขายและปริมาณลูกค้าได้ยืดหยุ่นขึ้น

สำหรับผู้สมัคร นี่แปลว่าประกาศงานที่ดู “ด่วน” ไม่ได้แปลว่าไม่มีระบบเสมอไป บางธุรกิจมีความต้องการจริงตามฤดูกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เปิดเทอม งานแฟร์ หรือแคมเปญลดราคา หากคุณสมัครงานกลุ่มนี้ ควรแสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมเริ่มงานตามกะ ตรงเวลา เรียนรู้งานเร็ว และสื่อสารได้ชัดเมื่อเกิดปัญหา

นายจ้างที่ต้องการรับสมัครเองสามารถใช้ช่องทาง job board เพื่อประกาศรายละเอียดงานให้ชัดเจน เช่น ตำแหน่ง เวลา สถานที่ คุณสมบัติ และค่าจ้าง ส่วนผู้สมัครควรอ่านประกาศให้ครบก่อนส่งใบสมัคร เพราะประกาศที่ดีมักช่วยลดคำถามซ้ำและทำให้คัดเลือกเร็วขึ้น

ประกาศงานฟรี บน Daywork Jobpost เป็นตัวอย่างเครื่องมือสำหรับนายจ้างที่ต้องการลงประกาศและจัดการผู้สมัครด้วยตนเอง ขณะที่ผู้สมัครควรใช้ข้อมูลในประกาศเดียวกันตรวจสอบความชัดเจนของงาน หลักฐานเชิงขั้นต่ำยังกลับไปที่ประกาศค่าจ้างขั้นต่ำของกระทรวงแรงงาน โดยข้อมูลฉบับที่ 13 ระบุ 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด

วิธีหางานพาร์ทไทม์ที่ได้ผลจริงในปี 2569

การหางานพาร์ทไทม์ในปี 2569 ควรเริ่มจาก 3 คำถาม: คุณทำงานได้วันไหน กี่โมง และเดินทางได้ไกลแค่ไหน ถ้าตอบไม่ได้ชัด คุณจะสมัครงานจำนวนมากแต่ไม่ผ่าน เพราะเวลาที่ว่างไม่ตรงกับกะจริงของนายจ้าง ให้เขียนตารางว่างของตัวเองก่อน แล้วค่อยค้นหางานที่เข้ากับตารางนั้น

  1. กำหนดเวลาว่างจริง เช่น จันทร์ถึงศุกร์หลัง 17.00 น. หรือเสาร์อาทิตย์เต็มวัน

  2. คำนวณค่าเดินทางไปกลับก่อนดูค่าแรง เพราะงานไกลอาจกินรายได้

  3. อ่านรายละเอียดงานให้ครบ โดยเฉพาะเวลากะ วิธีจ่ายเงิน และชุดที่ต้องใส่

  4. เตรียมเอกสารพื้นฐาน เช่น บัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร และประวัติการทำงานถ้ามี

  5. สมัครหลายงานที่คุณทำได้จริง แต่อย่าสมัครงานที่เวลาไม่ตรงเพียงเพราะค่าแรงดูสูง

  6. บันทึกข้อมูลผู้ติดต่อและประกาศงานไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้ตรวจสอบก่อนเริ่มงาน

หางานบนเว็บ คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับคนอยากดูรายการงานที่เปิดรับจริง เปรียบเทียบพื้นที่ และอ่านรายละเอียดก่อนสมัคร คุณควรกรองงานตามจังหวัด เขต ประเภทงาน และเวลาทำงาน แทนการสมัครทุกงานที่เห็นหน้าแรก เพราะงานพาร์ทไทม์ที่เหมาะที่สุดไม่ใช่งานที่ดูค่าแรงสูงสุดเสมอไป แต่คืองานที่เวลาเดินทาง กะงาน และความสามารถของคุณเข้ากันได้จริง

แอปหางาน ช่วยให้คนที่ใช้มือถือเป็นหลักสมัครงานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องเช็กงานระหว่างเรียน ระหว่างเดินทาง หรือหลังเลิกงานประจำ จุดที่ควรดูเหมือนเดิมคือความชัดเจนของประกาศ ไม่ว่าจะสมัครผ่าน app หรือเว็บ อย่าส่งข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็นหากยังไม่รู้ว่างานอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้ว่าจ้าง และจ่ายเงินอย่างไร

สำหรับงานที่ต้องเริ่มเร็ว เช่น เสิร์ฟช่วงเย็น แพ็กของช่วงโปรโมชัน หรือช่วย event วันเดียว ให้ตอบข้อความนายจ้างให้ไวและสุภาพ เตรียมคำตอบสั้นๆ ว่าทำงานได้วันไหน เคยทำงานอะไรมา และเดินทางถึงกี่โมง ประสบการณ์ของเราในตลาดแรงงานหน้าร้านพบว่า ผู้สมัครที่บอกเวลาว่างชัดตั้งแต่ข้อความแรกมักคุยงานต่อได้ง่ายกว่าคนที่ตอบเพียงว่า “สนใจค่ะ” หรือ “ยังรับไหมครับ”

หลักฐานสุดท้ายที่ควรใช้ก่อนรับงานคือการเทียบรายได้สุทธิกับฐานค่าจ้างขั้นต่ำของกระทรวงแรงงานและค่าเดินทางจริง ข้อมูลค่าจ้างขั้นต่ำที่ผู้เขียนตรวจสอบได้จากประกาศฉบับที่ 13 ระบุ 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด หากงานจ่ายรายวันใกล้เคียงขั้นต่ำแต่เดินทางไกลหรือเลิกดึกมาก คุณอาจต้องต่อรองหรือเลือกงานที่ใกล้กว่าเพื่อให้รายได้สุทธิคุ้มกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานพาร์ทไทม์

พาร์ทไทม์ คืออะไร แบบเข้าใจง่าย?

พาร์ทไทม์ คือ งานที่ใช้เวลาทำงานน้อยกว่างานประจำขององค์กรเดียวกัน มักทำเป็นกะ รายวัน หรือเฉพาะช่วงที่นายจ้างต้องการคนเพิ่ม แต่ยังควรมีรายละเอียดค่าจ้าง เวลางาน และผู้ว่าจ้างชัดเจนก่อนเริ่มงาน

งานพาร์ทไทม์ คือ งานรายวันใช่ไหม?

ไม่เสมอไป งานพาร์ทไทม์อาจจ่ายรายชั่วโมง รายวัน หรือรายสัปดาห์ก็ได้ ส่วนงานรายวันเน้นการจ่ายตามวันที่ทำจริง สิ่งที่ต้องเช็กคือชั่วโมงทำงาน วิธีจ่ายเงิน และเงื่อนไขหากถูกยกเลิกกะ

พนักงานพาร์ทไทม์มีสิทธิ์ได้ค่าจ้างขั้นต่ำไหม?

ถ้าลักษณะงานเป็นการจ้างแรงงาน ผู้ว่าจ้างควรคำนึงถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกาศค่าจ้างขั้นต่ำของพื้นที่ทำงานจริง อัตราขั้นต่ำแตกต่างตามจังหวัด จึงควรตรวจจากกระทรวงแรงงานก่อนรับงาน

หางานพาร์ทไทม์ให้ปลอดภัยต้องดูอะไรบ้าง?

  • ดูชื่อผู้ว่าจ้าง สถานที่ และผู้ติดต่อให้ชัด

  • ไม่โอนเงินเพื่อสมัครงานทั่วไป

  • อ่านค่าจ้าง เวลากะ และวันจ่ายเงินก่อนตกลง

  • เก็บหลักฐานประกาศและแชตสำคัญไว้

  • หลีกเลี่ยงงานที่ขอข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น

งานพาร์ทไทม์เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาไหม?

เหมาะได้ หากเวลางานไม่กระทบการเรียน การเดินทางปลอดภัย และงานไม่ขัดกับข้อจำกัดด้านอายุหรือกฎหมายแรงงาน ผู้สมัครควรเลือกกะสั้นหรือเสาร์อาทิตย์ และแจ้งเวลาว่างจริงตั้งแต่สมัคร

สมัครงานพาร์ทไทม์ผ่านเว็บหรือแอปดีกว่ากัน?

เว็บเหมาะกับการอ่านรายละเอียดและเปรียบเทียบงานหลายตำแหน่ง ส่วนแอปเหมาะกับการสมัครและติดตามงานผ่านมือถือ เลือกช่องทางที่คุณใช้สะดวกที่สุด แต่ต้องตรวจรายละเอียดงานให้ครบเหมือนกัน

ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง

อ่านบทความต่อ

บทความทั้งหมด

โหลดแอปตอนนี้ หางาน ได้ทันทีเร็วสุด 1 ชั่วโมง!

ดาวน์โหลด Daywork แอปพลิเคชันของเราได้แล้ววันนี้ ทั้งใน Apple Store และ Google Play

daywork-แพลตฟอร์มจับคู่งาน-ภาพตัวอย่างแอปพลิเคชั่น