วันที่โพสต์: 7 October 2026

เช็กเลย! ค่าจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ไทย คำนวณอย่างไร

เช็กเลย! ค่าจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ไทย คำนวณอย่างไร

ค่าแรงขั้นต่ำปี 2567 อยู่ที่ 330-370 บาทต่อวันตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 12 ถ้าหารจากวันทำงาน 8 ชั่วโมง จะเท่ากับประมาณ 41.25-46.25 บาทต่อชั่วโมง นี่คือฐานแรกที่พนักงานพาร์ทไทม์ควรรู้ก่อนรับงาน ไม่ว่าจะสมัครร้านอาหาร คาเฟ่ คลังสินค้า หรืองานอีเวนต์รายวันก็ตาม

ชายหนุ่มชาวไทยนั่งอยู่ในร้านกาแฟบรรยากาศเรียบง่าย กำลังดูแอปธนาคารในมือถือหลังเลิกงาน ใบหน้าแสดงความพึงพอใจ นิ้วโป้งยกขึ้นเบาๆ บนโต๊ะมีกระเป๋าสีเหลืองและกาแฟเย็น แสงบ่ายอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่าง

รายได้เข้าบัญชีทันทีหลังงานเสร็จ — ความรู้สึกที่พนักงานพาร์ทไทม์คุ้นเคยดี

พนักงานพาร์ทไทม์

  • ค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงคำนวณอย่างไร

  • เปรียบเทียบรูปแบบค่าจ้าง: รายชั่วโมง vs รายกะ vs รายวัน

  • ช่วงค่าจ้างพาร์ทไทม์แต่ละประเภทงาน

  • สิ่งที่ต้องถามก่อนรับงานพาร์ทไทม์

  • คำนวณรายได้สุทธิจริง: ได้คุ้มค่าไหม

ค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงคำนวณอย่างไร

พาร์ทไทม์ คือ การทำงานไม่เต็มเวลาตามชั่วโมงหรือกะที่ตกลงกับนายจ้าง ส่วนงานพาร์ทไทม์ คือ งานที่มักจ่ายค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง รายกะ หรือรายวัน แทนการจ่ายเงินเดือนประจำแบบเต็มเวลา จุดสำคัญคือแม้จะทำไม่เต็มวัน ลูกจ้างยังควรรู้ฐานค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่ทำงานอยู่ก่อนเสมอ

วิธีคำนวณแบบเร็วคือ นำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของจังหวัด หารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติในวันนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าจังหวัดหนึ่งมีค่าแรงขั้นต่ำ 363 บาทต่อวัน และทำงาน 8 ชั่วโมง ฐานรายชั่วโมงจะอยู่ที่ 45.38 บาทต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพดานรายได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเทียบว่าข้อเสนอสมเหตุสมผลหรือไม่

ถ้างานประกาศว่าได้ 50 บาทต่อชั่วโมง ต้องถามต่อว่ากะหนึ่งทำกี่ชั่วโมง มีพักไม่รับค่าจ้างหรือไม่ และจ่ายเงินจริงวันไหน เพราะรายได้ต่อชั่วโมงที่ดูดีอาจลดลงมากเมื่อรวมเวลาเดินทางและค่าอาหาร

อ้างอิงประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 12 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วไปปี 2567 อยู่ที่ 330-370 บาทต่อวัน ขึ้นกับจังหวัด ผู้สมัครควรตรวจอัตราล่าสุดจากกระทรวงแรงงานก่อนรับงานทุกครั้ง

เปรียบเทียบรูปแบบค่าจ้าง: รายชั่วโมง vs รายกะ vs รายวัน

ค่าจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ไม่ได้มีแบบเดียว งานบางตำแหน่งจ่ายตามชั่วโมงจริง งานบางร้านจ่ายเป็นกะ เช่น 4 ชั่วโมงหรือ 6 ชั่วโมง และบางงานจ่ายเป็นรายวันแม้เวลาทำงานจะไม่เท่ากัน การเลือกงานที่คุ้มจึงต้องดูทั้งจำนวนเงิน เงื่อนไข OT และเวลาที่เสียไปทั้งหมด

รูปแบบค่าจ้าง

เหมาะกับงานแบบไหน

จุดที่ต้องระวัง

รายชั่วโมง

กะสั้น เวลายืดหยุ่น

ชั่วโมงน้อย รายได้รวมต่ำ

รายกะ

ร้านอาหาร คาเฟ่ งานหน้าร้าน

พักไม่จ่ายต้องถามก่อน

รายวัน

อีเวนต์ คลังสินค้า PC

เลิกช้าอาจต้องมี OT

รายเดือน

ทำประจำหลายวันต่อสัปดาห์

ยืดหยุ่นน้อยกว่าพาร์ทไทม์

ถ้างานรายชั่วโมงให้ 55 บาทต่อชั่วโมง ทำ 5 ชั่วโมง จะได้ 275 บาทต่อกะ แต่ถ้างานรายวันให้ 500 บาท ทำ 8 ชั่วโมง จะเท่ากับ 62.50 บาทต่อชั่วโมงก่อนหักค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบแบบนี้ งานรายวันอาจคุ้มกว่า แต่ถ้างานอยู่ไกลและเดินทางแพง งานใกล้บ้านที่จ่ายรายชั่วโมงอาจได้เงินสุทธิจริงมากกว่า

หลักกฎหมายที่ควรรู้คือ หากนายจ้างให้ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ต้องดูเรื่องค่าล่วงเวลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุหลักทั่วไปว่าค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง

ช่วงค่าจ้างพาร์ทไทม์แต่ละประเภทงาน

ช่วงค่าจ้างในประกาศงานพาร์ทไทม์แตกต่างกันตามทักษะ ความเร่งด่วน สถานที่ และช่วงเวลาทำงาน งานที่ต้องยืนทั้งวัน ยกของ หรือปิดยอดขายมักจ่ายเป็นรายวันหรือมีค่าอินเซนทีฟเพิ่ม ส่วนงานหน้าร้านทั่วไปมักเริ่มจากรายชั่วโมงหรือรายกะ

ประเภทงาน

ตัวอย่างหน้าที่

ช่วงค่าจ้างที่พบ

เด็กเสิร์ฟ

รับออเดอร์ เสิร์ฟ เก็บโต๊ะ

42-60 บาท/ชม.

บาริสต้า

ชงเครื่องดื่ม แคชเชียร์

45-70 บาท/ชม.

PC promoter

แนะนำสินค้า ทำยอดขาย

500-900 บาท/วัน

Warehouse

แพ็กของ คัดแยกสินค้า

400-700 บาท/วัน

Event staff

ลงทะเบียน ดูแลบูธ

500-1,000 บาท/วัน

ตัวเลขในตารางควรใช้เป็นกรอบเทียบ ไม่ใช่คำรับประกัน เพราะประกาศจริงเปลี่ยนตามพื้นที่และช่วงเวลา เช่น ตำแหน่งพนักงานร้านไอศกรีมในเครือ Swensen’s เคยมีประกาศพาร์ทไทม์ระดับเริ่มต้นที่ 42 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่งาน PC promoter จากบริษัทจัดหางานมักประกาศเป็นรายวันพร้อมเงื่อนไขยอดขายหรือคอมมิชชัน ผู้สมัครจึงต้องอ่านรายละเอียดให้ครบก่อนตกลงกะ

ถ้าประกาศงานเขียนว่า รายได้ดี หรือ 1,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่บอกจำนวนชั่วโมง ฐานค่าจ้าง วันจ่ายเงิน และเงื่อนไขคอมมิชชัน ให้ถามรายละเอียดก่อนส่งเอกสารหรือเดินทางไปทำงาน

สิ่งที่ต้องถามก่อนรับงานพาร์ทไทม์

งานพาร์ทไทม์ที่ดีไม่ใช่แค่งานที่จ่ายสูง แต่ต้องบอกเงื่อนไขชัดเจนพอให้คุณคำนวณรายได้จริงได้ก่อนเริ่มงาน ถ้าอ่านประกาศแล้วยังตอบคำถามพื้นฐานไม่ได้ ควรถามนายจ้างให้ครบก่อนยืนยันกะ

  • จ่ายแบบไหน: รายชั่วโมง รายกะ รายวัน หรือรายเดือน

  • จ่ายเมื่อไหร่: รายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือน

  • เวลาทำงานกี่ชั่วโมง และเวลาพักนับค่าจ้างหรือไม่

  • ถ้าเลิกงานช้ากว่ากะ มีค่า OT หรือไม่

  • มีค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือยูนิฟอร์มให้หรือไม่

  • ต้องทดลองงานหรืออบรมก่อนได้ค่าจ้างหรือไม่

  • ต้องใช้เอกสารอะไร และเก็บข้อมูลส่วนตัวอย่างไร

คำถามเหล่านี้ช่วยป้องกันความเข้าใจผิด เช่น งานประกาศ 600 บาทต่อวัน แต่ทำ 10 ชั่วโมงและไม่มีค่าอาหาร อาจคุ้มน้อยกว่างาน 55 บาทต่อชั่วโมงที่ทำ 6 ชั่วโมงใกล้บ้าน หากต้องซื้อเสื้อ ซื้อรองเท้า หรือออกค่าเดินทางเอง ควรนำต้นทุนเหล่านี้มารวมในสมการตั้งแต่แรก

ในมุมสิทธิแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้ข้อมูลเรื่องค่าล่วงเวลาและเวลาทำงานไว้ชัดเจน ผู้สมัครจึงควรถามเรื่อง OT ก่อนรับกะ โดยเฉพาะงานอีเวนต์ ร้านอาหารช่วงเทศกาล และงานคลังสินค้าที่มีโอกาสเลิกช้ากว่ากำหนด

คำนวณรายได้สุทธิจริง: ได้คุ้มค่าไหม

รายได้ที่เห็นในประกาศยังไม่ใช่รายได้สุทธิจริง วิธีคิดที่ตรงที่สุดคือเอาค่าจ้างที่ได้รับ หักค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ และคิดรวมเวลาที่ใช้เดินทางด้วย เพราะเวลาที่เสียไปคือโอกาสทำงานอื่นหรือพักผ่อนของคุณ

ตัวอย่างสมมติ: งานอีเวนต์จ่าย 500 บาทต่อวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง เดินทางไปกลับ 2 ชั่วโมง ค่าเดินทาง 80 บาท ค่าอาหาร 70 บาท รายได้สุทธิจะเหลือ 350 บาท และถ้าคิดรวมเวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง จะเท่ากับ 35 บาทต่อชั่วโมง ในกรณีนี้ต้องเทียบกับงานใกล้บ้านที่อาจจ่ายน้อยกว่าแต่เหลือสุทธิมากกว่า

  1. เริ่มจากค่าจ้างรวมต่อกะ เช่น 500 บาท

  2. ลบค่าเดินทางไปกลับ เช่น 80 บาท

  3. ลบค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น 70 บาท

  4. รวมเวลาทำงานและเวลาเดินทางทั้งหมด เช่น 10 ชั่วโมง

  5. นำเงินสุทธิหารด้วยเวลารวม เพื่อดูรายได้จริงต่อชั่วโมง

หางานบนเว็บของ Daywork ช่วยให้คุณเทียบตำแหน่ง งานพาร์ทไทม์ ค่าจ้าง และเวลาทำงานก่อนสมัครได้ในหน้าเดียว แอปหางานเหมาะกับคนที่อยากเช็กกะใหม่บ่อย ๆ และดูรายละเอียดก่อนกดสมัคร โดยเฉพาะงานรายชั่วโมงหรือรายกะ

เมื่อเทียบกับฐานค่าจ้างขั้นต่ำจากกระทรวงแรงงานและหลักค่าล่วงเวลาจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การคำนวณรายได้สุทธิช่วยให้คุณไม่ดูแค่ตัวเลขหน้าประกาศ แต่เห็นเงินจริงที่เหลือหลังจบงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ

พนักงานพาร์ทไทม์ควรได้ค่าจ้างขั้นต่ำเท่าไหร่?

ให้เริ่มเทียบจากค่าแรงขั้นต่ำรายวันของจังหวัดที่ทำงาน แล้วหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติ เช่น ฐานปี 2567 ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างอยู่ที่ 330-370 บาทต่อวัน หรือประมาณ 41.25-46.25 บาทต่อชั่วโมงเมื่อหาร 8 ชั่วโมง

พาร์ทไทม์ คืออะไร ต่างจากงานประจำอย่างไร?

พาร์ทไทม์ คือ งานที่ทำไม่เต็มเวลาหรือทำเป็นกะตามที่ตกลงกัน มักจ่ายรายชั่วโมง รายกะ หรือรายวัน ต่างจากงานประจำที่มักมีเวลาทำงานและเงินเดือนคงที่มากกว่า

งานพาร์ทไทม์ คืออะไร และเหมาะกับใคร?

งานพาร์ทไทม์ คือ งานที่เปิดให้ทำเป็นช่วงเวลา เช่น หลังเลิกเรียน วันหยุด หรือช่วงเทศกาล เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานที่อยากหารายได้เสริม หรือคนที่ต้องการทดลองสายงานก่อนสมัครประจำ

พนักงานพาร์ทไทม์มีสิทธิ์ได้ค่า OT ไหม?

โดยหลักทั่วไป หากทำงานเกินเวลาทำงานปกติและอยู่ในเงื่อนไขการจ้าง นายจ้างต้องพิจารณาค่าล่วงเวลาตามกฎหมายแรงงาน ข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุอัตราค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

ก่อนรับงานพาร์ทไทม์ต้องถามอะไรบ้าง?

ถามอย่างน้อย 5 เรื่องคือ ค่าจ้างคิดแบบไหน จ่ายเมื่อไหร่ เวลาพักนับเงินหรือไม่ ถ้าเลิกช้ามี OT หรือไม่ และมีค่าเดินทางหรืออาหารให้ไหม คำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณคำนวณรายได้สุทธิจริงได้ก่อนรับกะ

หางานพาร์ทไทม์ที่ระบุค่าจ้างชัดเจนได้ที่ไหน?

เลือกดูประกาศที่บอกตำแหน่ง สถานที่ เวลาทำงาน ค่าจ้าง และรอบจ่ายเงินให้ครบก่อนสมัคร หากข้อมูลไม่ครบ ควรถามนายจ้างในแชตหรือช่องทางติดต่อก่อนเดินทางไปทำงาน

ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง

อ่านบทความต่อ

บทความทั้งหมด

โหลดแอปตอนนี้ หางาน ได้ทันทีเร็วสุด 1 ชั่วโมง!

ดาวน์โหลด Daywork แอปพลิเคชันของเราได้แล้ววันนี้ ทั้งใน Apple Store และ Google Play

daywork-แพลตฟอร์มจับคู่งาน-ภาพตัวอย่างแอปพลิเคชั่น