ค่าแรงขั้นต่ำปี 2567 อยู่ที่ 330-370 บาทต่อวันตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 12 ถ้าหารจากวันทำงาน 8 ชั่วโมง จะเท่ากับประมาณ 41.25-46.25 บาทต่อชั่วโมง นี่คือฐานแรกที่พนักงานพาร์ทไทม์ควรรู้ก่อนรับงาน ไม่ว่าจะสมัครร้านอาหาร คาเฟ่ คลังสินค้า หรืองานอีเวนต์รายวันก็ตาม
รายได้เข้าบัญชีทันทีหลังงานเสร็จ — ความรู้สึกที่พนักงานพาร์ทไทม์คุ้นเคยดี
พนักงานพาร์ทไทม์
ค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงคำนวณอย่างไร
เปรียบเทียบรูปแบบค่าจ้าง: รายชั่วโมง vs รายกะ vs รายวัน
ช่วงค่าจ้างพาร์ทไทม์แต่ละประเภทงาน
สิ่งที่ต้องถามก่อนรับงานพาร์ทไทม์
คำนวณรายได้สุทธิจริง: ได้คุ้มค่าไหม
ค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงคำนวณอย่างไร
พาร์ทไทม์ คือ การทำงานไม่เต็มเวลาตามชั่วโมงหรือกะที่ตกลงกับนายจ้าง ส่วนงานพาร์ทไทม์ คือ งานที่มักจ่ายค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง รายกะ หรือรายวัน แทนการจ่ายเงินเดือนประจำแบบเต็มเวลา จุดสำคัญคือแม้จะทำไม่เต็มวัน ลูกจ้างยังควรรู้ฐานค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่ทำงานอยู่ก่อนเสมอ
วิธีคำนวณแบบเร็วคือ นำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของจังหวัด หารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติในวันนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าจังหวัดหนึ่งมีค่าแรงขั้นต่ำ 363 บาทต่อวัน และทำงาน 8 ชั่วโมง ฐานรายชั่วโมงจะอยู่ที่ 45.38 บาทต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพดานรายได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเทียบว่าข้อเสนอสมเหตุสมผลหรือไม่
ถ้างานประกาศว่าได้ 50 บาทต่อชั่วโมง ต้องถามต่อว่ากะหนึ่งทำกี่ชั่วโมง มีพักไม่รับค่าจ้างหรือไม่ และจ่ายเงินจริงวันไหน เพราะรายได้ต่อชั่วโมงที่ดูดีอาจลดลงมากเมื่อรวมเวลาเดินทางและค่าอาหาร
อ้างอิงประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 12 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วไปปี 2567 อยู่ที่ 330-370 บาทต่อวัน ขึ้นกับจังหวัด ผู้สมัครควรตรวจอัตราล่าสุดจากกระทรวงแรงงานก่อนรับงานทุกครั้ง
เปรียบเทียบรูปแบบค่าจ้าง: รายชั่วโมง vs รายกะ vs รายวัน
ค่าจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ไม่ได้มีแบบเดียว งานบางตำแหน่งจ่ายตามชั่วโมงจริง งานบางร้านจ่ายเป็นกะ เช่น 4 ชั่วโมงหรือ 6 ชั่วโมง และบางงานจ่ายเป็นรายวันแม้เวลาทำงานจะไม่เท่ากัน การเลือกงานที่คุ้มจึงต้องดูทั้งจำนวนเงิน เงื่อนไข OT และเวลาที่เสียไปทั้งหมด
รูปแบบค่าจ้าง | เหมาะกับงานแบบไหน | จุดที่ต้องระวัง |
|---|
รายชั่วโมง | กะสั้น เวลายืดหยุ่น | ชั่วโมงน้อย รายได้รวมต่ำ |
รายกะ | ร้านอาหาร คาเฟ่ งานหน้าร้าน | พักไม่จ่ายต้องถามก่อน |
รายวัน | อีเวนต์ คลังสินค้า PC | เลิกช้าอาจต้องมี OT |
รายเดือน | ทำประจำหลายวันต่อสัปดาห์ | ยืดหยุ่นน้อยกว่าพาร์ทไทม์ |
ถ้างานรายชั่วโมงให้ 55 บาทต่อชั่วโมง ทำ 5 ชั่วโมง จะได้ 275 บาทต่อกะ แต่ถ้างานรายวันให้ 500 บาท ทำ 8 ชั่วโมง จะเท่ากับ 62.50 บาทต่อชั่วโมงก่อนหักค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบแบบนี้ งานรายวันอาจคุ้มกว่า แต่ถ้างานอยู่ไกลและเดินทางแพง งานใกล้บ้านที่จ่ายรายชั่วโมงอาจได้เงินสุทธิจริงมากกว่า
หลักกฎหมายที่ควรรู้คือ หากนายจ้างให้ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ต้องดูเรื่องค่าล่วงเวลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุหลักทั่วไปว่าค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง
ช่วงค่าจ้างพาร์ทไทม์แต่ละประเภทงาน
ช่วงค่าจ้างในประกาศงานพาร์ทไทม์แตกต่างกันตามทักษะ ความเร่งด่วน สถานที่ และช่วงเวลาทำงาน งานที่ต้องยืนทั้งวัน ยกของ หรือปิดยอดขายมักจ่ายเป็นรายวันหรือมีค่าอินเซนทีฟเพิ่ม ส่วนงานหน้าร้านทั่วไปมักเริ่มจากรายชั่วโมงหรือรายกะ
ประเภทงาน | ตัวอย่างหน้าที่ | ช่วงค่าจ้างที่พบ |
|---|
เด็กเสิร์ฟ | รับออเดอร์ เสิร์ฟ เก็บโต๊ะ | 42-60 บาท/ชม. |
บาริสต้า | ชงเครื่องดื่ม แคชเชียร์ | 45-70 บาท/ชม. |
PC promoter | แนะนำสินค้า ทำยอดขาย | 500-900 บาท/วัน |
Warehouse | แพ็กของ คัดแยกสินค้า | 400-700 บาท/วัน |
Event staff | ลงทะเบียน ดูแลบูธ | 500-1,000 บาท/วัน |
ตัวเลขในตารางควรใช้เป็นกรอบเทียบ ไม่ใช่คำรับประกัน เพราะประกาศจริงเปลี่ยนตามพื้นที่และช่วงเวลา เช่น ตำแหน่งพนักงานร้านไอศกรีมในเครือ Swensen’s เคยมีประกาศพาร์ทไทม์ระดับเริ่มต้นที่ 42 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่งาน PC promoter จากบริษัทจัดหางานมักประกาศเป็นรายวันพร้อมเงื่อนไขยอดขายหรือคอมมิชชัน ผู้สมัครจึงต้องอ่านรายละเอียดให้ครบก่อนตกลงกะ
ถ้าประกาศงานเขียนว่า รายได้ดี หรือ 1,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่บอกจำนวนชั่วโมง ฐานค่าจ้าง วันจ่ายเงิน และเงื่อนไขคอมมิชชัน ให้ถามรายละเอียดก่อนส่งเอกสารหรือเดินทางไปทำงาน
สิ่งที่ต้องถามก่อนรับงานพาร์ทไทม์
งานพาร์ทไทม์ที่ดีไม่ใช่แค่งานที่จ่ายสูง แต่ต้องบอกเงื่อนไขชัดเจนพอให้คุณคำนวณรายได้จริงได้ก่อนเริ่มงาน ถ้าอ่านประกาศแล้วยังตอบคำถามพื้นฐานไม่ได้ ควรถามนายจ้างให้ครบก่อนยืนยันกะ
จ่ายแบบไหน: รายชั่วโมง รายกะ รายวัน หรือรายเดือน
จ่ายเมื่อไหร่: รายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือน
เวลาทำงานกี่ชั่วโมง และเวลาพักนับค่าจ้างหรือไม่
ถ้าเลิกงานช้ากว่ากะ มีค่า OT หรือไม่
มีค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือยูนิฟอร์มให้หรือไม่
ต้องทดลองงานหรืออบรมก่อนได้ค่าจ้างหรือไม่
ต้องใช้เอกสารอะไร และเก็บข้อมูลส่วนตัวอย่างไร
คำถามเหล่านี้ช่วยป้องกันความเข้าใจผิด เช่น งานประกาศ 600 บาทต่อวัน แต่ทำ 10 ชั่วโมงและไม่มีค่าอาหาร อาจคุ้มน้อยกว่างาน 55 บาทต่อชั่วโมงที่ทำ 6 ชั่วโมงใกล้บ้าน หากต้องซื้อเสื้อ ซื้อรองเท้า หรือออกค่าเดินทางเอง ควรนำต้นทุนเหล่านี้มารวมในสมการตั้งแต่แรก
ในมุมสิทธิแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้ข้อมูลเรื่องค่าล่วงเวลาและเวลาทำงานไว้ชัดเจน ผู้สมัครจึงควรถามเรื่อง OT ก่อนรับกะ โดยเฉพาะงานอีเวนต์ ร้านอาหารช่วงเทศกาล และงานคลังสินค้าที่มีโอกาสเลิกช้ากว่ากำหนด
คำนวณรายได้สุทธิจริง: ได้คุ้มค่าไหม
รายได้ที่เห็นในประกาศยังไม่ใช่รายได้สุทธิจริง วิธีคิดที่ตรงที่สุดคือเอาค่าจ้างที่ได้รับ หักค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ และคิดรวมเวลาที่ใช้เดินทางด้วย เพราะเวลาที่เสียไปคือโอกาสทำงานอื่นหรือพักผ่อนของคุณ
ตัวอย่างสมมติ: งานอีเวนต์จ่าย 500 บาทต่อวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง เดินทางไปกลับ 2 ชั่วโมง ค่าเดินทาง 80 บาท ค่าอาหาร 70 บาท รายได้สุทธิจะเหลือ 350 บาท และถ้าคิดรวมเวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง จะเท่ากับ 35 บาทต่อชั่วโมง ในกรณีนี้ต้องเทียบกับงานใกล้บ้านที่อาจจ่ายน้อยกว่าแต่เหลือสุทธิมากกว่า
เริ่มจากค่าจ้างรวมต่อกะ เช่น 500 บาท
ลบค่าเดินทางไปกลับ เช่น 80 บาท
ลบค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น 70 บาท
รวมเวลาทำงานและเวลาเดินทางทั้งหมด เช่น 10 ชั่วโมง
นำเงินสุทธิหารด้วยเวลารวม เพื่อดูรายได้จริงต่อชั่วโมง
หางานบนเว็บของ Daywork ช่วยให้คุณเทียบตำแหน่ง งานพาร์ทไทม์ ค่าจ้าง และเวลาทำงานก่อนสมัครได้ในหน้าเดียว แอปหางานเหมาะกับคนที่อยากเช็กกะใหม่บ่อย ๆ และดูรายละเอียดก่อนกดสมัคร โดยเฉพาะงานรายชั่วโมงหรือรายกะ
เมื่อเทียบกับฐานค่าจ้างขั้นต่ำจากกระทรวงแรงงานและหลักค่าล่วงเวลาจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การคำนวณรายได้สุทธิช่วยให้คุณไม่ดูแค่ตัวเลขหน้าประกาศ แต่เห็นเงินจริงที่เหลือหลังจบงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ
พนักงานพาร์ทไทม์ควรได้ค่าจ้างขั้นต่ำเท่าไหร่?
ให้เริ่มเทียบจากค่าแรงขั้นต่ำรายวันของจังหวัดที่ทำงาน แล้วหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติ เช่น ฐานปี 2567 ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างอยู่ที่ 330-370 บาทต่อวัน หรือประมาณ 41.25-46.25 บาทต่อชั่วโมงเมื่อหาร 8 ชั่วโมง
พาร์ทไทม์ คืออะไร ต่างจากงานประจำอย่างไร?
พาร์ทไทม์ คือ งานที่ทำไม่เต็มเวลาหรือทำเป็นกะตามที่ตกลงกัน มักจ่ายรายชั่วโมง รายกะ หรือรายวัน ต่างจากงานประจำที่มักมีเวลาทำงานและเงินเดือนคงที่มากกว่า
งานพาร์ทไทม์ คืออะไร และเหมาะกับใคร?
งานพาร์ทไทม์ คือ งานที่เปิดให้ทำเป็นช่วงเวลา เช่น หลังเลิกเรียน วันหยุด หรือช่วงเทศกาล เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานที่อยากหารายได้เสริม หรือคนที่ต้องการทดลองสายงานก่อนสมัครประจำ
พนักงานพาร์ทไทม์มีสิทธิ์ได้ค่า OT ไหม?
โดยหลักทั่วไป หากทำงานเกินเวลาทำงานปกติและอยู่ในเงื่อนไขการจ้าง นายจ้างต้องพิจารณาค่าล่วงเวลาตามกฎหมายแรงงาน ข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุอัตราค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
ก่อนรับงานพาร์ทไทม์ต้องถามอะไรบ้าง?
ถามอย่างน้อย 5 เรื่องคือ ค่าจ้างคิดแบบไหน จ่ายเมื่อไหร่ เวลาพักนับเงินหรือไม่ ถ้าเลิกช้ามี OT หรือไม่ และมีค่าเดินทางหรืออาหารให้ไหม คำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณคำนวณรายได้สุทธิจริงได้ก่อนรับกะ
หางานพาร์ทไทม์ที่ระบุค่าจ้างชัดเจนได้ที่ไหน?
เลือกดูประกาศที่บอกตำแหน่ง สถานที่ เวลาทำงาน ค่าจ้าง และรอบจ่ายเงินให้ครบก่อนสมัคร หากข้อมูลไม่ครบ ควรถามนายจ้างในแชตหรือช่องทางติดต่อก่อนเดินทางไปทำงาน
ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง