วันที่โพสต์: 20 August 2025

ทำความรู้จัก และ ทำความเข้าใจ “Employer App” แอปหาคนด่วน บริการใหม่ จาก Daywork

ทำความรู้จัก และ ทำความเข้าใจ “Employer App” แอปหาคนด่วน บริการใหม่ จาก Daywork

เมื่อผู้ว่าจ้างใช้ Employer App เพื่อหาคนทำงานด่วน ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทไทม์ รายวัน หรือรับจ้างชั่วคราว สิ่งที่ลูกค้ามักถามบ่อยที่สุดคือเรื่องเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย หลายคนอยากรู้ว่าในเอกสารนั้นใครเป็นผู้หัก ชื่อของผู้รับงานอยู่ตรงไหน และนอกจากเอกสารหัก ณ ที่จ่ายแล้วจะมีใบเสร็จจากบริษัทให้ด้วยหรือไม่  บทความนี้ Daywork จะมาอธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด แต่เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจได้ว่าเมื่อจ้างงานผ่านแอป จะได้รับเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ต้น

 

การใช้ Employer App เพื่อหาคนทำงานด่วน

 

  1. ที่มา และ จุดประสงค์

  2. รูปแบบการจ่ายเงิน

  3. เอกสาร อื่นๆ > หัก ณ ที่จ่าย และ ใบเสร็จ

 

 

หาคนด่วน ด้วย Employer App

 

การหาพนักงานด่วนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะ Employer App บริการจาก Daywork ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ว่าจ้างโดยเฉพาะ ระบบนี้จะทำหน้าที่เสมือน “ผู้ช่วยส่วนตัวด้านการสรรหา” ที่คอยคัดเลือกและแนะนำผู้สมัครที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับคุณอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

 

AI จะทำการ วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้สมัครอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะ ความถนัด เวลาที่พร้อมทำงาน รวมถึงระยะทางจากสถานที่ทำงาน จากนั้นระบบจะประมวลผลและคัดเลือกเฉพาะผู้ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาทีละราย ลดภาระการจัดการ และที่สำคัญมั่นใจได้ว่าพนักงานที่เลือกจะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานจริง

 

สิ่งที่ทำให้ Employer App ก้าวไปไกลกว่าแอปหาพนักงานทั่วไป คือความสามารถในการเรียนรู้จากการใช้งานของผู้ว่าจ้าง AI จะค่อยๆ เข้าใจรูปแบบงาน สไตล์การเลือก และความต้องการเฉพาะของคุณมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกครั้งที่คุณค้นหาพนักงานใหม่ ระบบสามารถแนะนำตัวเลือกที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณต้องการที่สุด เหมือนมีผู้ช่วยที่รู้ใจและไว้ใจได้อยู่เคียงข้าง

 

ผลลัพธ์คือการหาคนที่ไม่เพียงแค่ “เร็ว” แต่ยัง “ตรงจุด” และ “ไว้วางใจได้”
จากงานที่เคยเป็นภาระซับซ้อน กลายเป็นกระบวนการที่เรียบง่ายและมั่นใจได้ในไม่กี่ขั้นตอน

 

หาพนักงานด่วนได้ง่าย ตรงความต้องการ และพร้อมเริ่มงานทันที ด้วยบริการจาก Daywork

 

 

ทำไมต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย?

 

การหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายภาษีของไทย โดยเฉพาะถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างร้าน) ต้องหักภาษีจากค่าจ้างของผู้รับงานก่อนจ่ายจริงและนำส่งกรมสรรพากรในนามของผู้รับงาน อัตรามาตรฐานคือ 3% ของค่าจ้างทั้งหมด 

 

แต่ ในส่วนการว่าจ้างรายวันที่ไม่เกิน วันละ 1,000 บาท และไม่มีสัญญาการทำงานร่วมกันยาวต่อเนื่อง ผู้ว่าจ้างไม่จำเป็นต้อง หัก ณ ที่จ่ายก็ได้ เนื่องจากไม่ใช่รายได้ประจำ ที่จะถูกประเมินว่า บุคคลที่เราทำงานด้วย จะมีรายได้ เกิน 310,000 บาทต่อปี บนสัญญาระหว่างเรากับผู้ว่าจ้าง 

 

ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตามผู้ถูกว่าจ้างจะได้รับหลักฐานการเสียภาษีซึ่งก็คือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) อัตราการจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายของแต่ละประเภท (แบบที่พบกันทั่วไป) ค่าจ้าง/เงินเดือน ต่ำสุด 0%

 

** ปกติแล้วเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) กิจการต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) (คำนวณภาษีอัตราก้าวหน้า) ซึ่งหากบริษัทจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดาตลอดปีภาษีไม่เกิน 310,000 บาท ก็ไม่จำเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย***

 

ส่วนถ้าผู้ว่าจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องหักภาษี การหักภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อให้รัฐสามารถเก็บภาษีได้ถูกต้องและเพื่อให้ผู้รับงานสามารถนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีหรือขอคืนภาษีในภายหลังได้

 

ตัวอย่างเอกสารหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับจาก Employer App

 

 

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเอกสารสำคัญที่นายจ้างต้องออกให้แก่ผู้รับงานทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง เอกสารนี้ทำหน้าที่เป็น หลักฐานทางกฎหมาย ว่ามีการหักภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และสามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นภาษีทั้งฝั่งนายจ้างและผู้รับงานได้

 

โครงสร้างของเอกสารโดยทั่วไปจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

 

1. ข้อมูลผู้มีหน้าที่หักภาษี (ผู้ว่าจ้าง)

อยู่ด้านบนของเอกสาร ใช้เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ที่ทำหน้าที่หักและนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร โดยจะมีรายละเอียดดังนี้:

  • ชื่อบริษัทหรือนิติบุคคลผู้ว่าจ้าง
     
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลข 13 หลักของบริษัท)
     
  • ที่อยู่ของบริษัทอย่างเป็นทางการ
    ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้หักและนำส่งภาษี

 

 

2. ข้อมูลผู้ถูกหักภาษี (ผู้รับงาน)

อยู่ด้านล่างของเอกสาร ใช้ระบุตัวตนของผู้ที่ถูกหักภาษีจากค่าจ้าง โดยจะมีรายละเอียดดังนี้:

  • ชื่อ-นามสกุลของผู้รับงาน 
     
  • เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก
     

ที่อยู่ปัจจุบันของผู้รับงาน
ข้อมูลนี้สำคัญ เพราะผู้รับงานสามารถนำเอกสารนี้ไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีของตนเองได้

 

 

3. ตารางรายละเอียดการชำระเงิน

เป็นส่วนที่สรุปตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าจ้างและการหักภาษี โดยประกอบด้วย:

  • ค่าจ้างรวมก่อนหักภาษี: จำนวนเงินที่ตกลงว่าผู้รับงานจะได้รับ
     
  • จำนวนเงินภาษีที่ถูกหัก: คิดตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (เช่น 3% สำหรับนิติบุคคล)
     
  • จำนวนเงินสุทธิ: คือค่าจ้างที่เหลือหลังจากหักภาษีแล้ว และเป็นยอดที่ผู้รับงานได้รับจริง
     

เอกสารนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ใบประกอบการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ทั้งสองฝ่ายว่า มีการจ่ายเงินและหักภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ตัวอย่างใบเสร็จรับเงินที่ได้รับจาก Employer App

 

 

ใบเสร็จรับเงินจากบัญชีบริษัท

 

นอกเหนือจากหนังสือรับรองการหักภาษี ผู้ว่าจ้างที่จ้างงานผ่าน Employer App จะได้รับ ใบเสร็จรับเงิน ที่ออกจากบัญชีของบริษัท เอกสารนี้ใช้เป็นหลักฐานบันทึกบัญชีและค่าใช้จ่าย ช่วยให้การทำบัญชีสิ้นปีหรือการยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้ 

รายละเอียดที่ปรากฏในใบเสร็จรับเงิน

ใบเสร็จรับเงินมาตรฐานที่ออกจากบริษัทจะประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ 2 ส่วนหลัก ได้แก่:

     1.ข้อมูลผู้รับเงิน (พนักงาน หรือผู้รับงาน

  • ชื่อ-นามสกุล
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี

 

     2.ข้อมูลผู้จ่ายเงิน (ผู้ว่าจ้าง/บริษัท)

  • ชื่อบริษัทหรือนายจ้าง
  • ที่อยู่จดทะเบียน
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

 

นอกจากนี้ ใบเสร็จยังอาจระบุ รายละเอียดค่าจ้างที่จ่ายจริง วันที่จ่าย และเลขที่เอกสาร เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างเป็นระบบ

 

ความสะดวกจากการใช้ แอปหาคนด่วนอย่าง Employer App

การใช้ Employer App ไม่เพียงช่วยหาพนักงานด่วนได้รวดเร็ว แต่ยังจัดการเรื่องเอกสารให้อัตโนมัติ ไม่ต้องทำเองให้ยุ่งยาก ทั้งฝั่งผู้ว่าจ้างและผู้รับงานสามารถเห็นข้อมูลค่าจ้างและภาษีที่ถูกหักได้ทันทีหลังจ่ายเงินให้เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงานพาร์ทไทม์แบบรายวัน หรือ พนักงานพาร์ทไทม์จ้างระยะยาว โดยระบบจะออก ใบหัก ณ ที่จ่าย และ ใบเสร็จ ให้แบบวันต่อวัน หากทำการจ้างรายวันทำให้มั่นใจได้ว่าการจ้างงานเป็นไปตามกฎหมายและสามารถเก็บเอกสารไว้ใช้อ้างอิงได้ทุกเมื่อ

 

สรุปภาพรวมการจัดการเอกสารภาษี และใบเสร็จผ่าน Employer App

ถ้าคุณเป็นผู้ว่าจ้างที่ต้องการหาคนทำงานด่วนผ่าน Employer App คุณจะได้รับเอกสารสำคัญ 2 ประเภททันทีหลังจ้างเสร็จ คือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และ ใบเสร็จรับเงินจากบัญชีบริษัท ทั้งสองเอกสารนี้จัดทำให้ครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย และระบุข้อมูลอย่างชัดเจนว่าฝั่งไหนคือผู้จ่าย ฝั่งไหนคือผู้รับงาน พร้อมรายละเอียดค่าจ้างและยอดภาษีที่ถูกหัก ช่วยให้การจ้างงานเป็นเรื่องง่าย โปร่งใส และปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

 

 

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ในเอกสารหัก ณ ที่จ่าย ชื่อของเด็กอยู่ตรงไหน?
A: อยู่ในส่วนผู้ถูกหักภาษี ซึ่งอยู่ด้านล่างของเอกสาร ระบุชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ชัดเจน

Q: ใครเป็นคนหักภาษี?
A: ผู้ว่าจ้างหรือบริษัทผู้ว่าจ้างเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรในนามของผู้รับงาน

Q: ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาจ้างเด็ก ต้องหักภาษีไหม?
A: ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ยังสามารถออกใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานได้

Q: ได้ใบเสร็จด้วยหรือไม่?
A: ได้แน่นอน ใบเสร็จจะออกจากบัญชีบริษัท พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่าย สามารถใช้บันทึกบัญชีได้ทันที

Q: ระบบออกเอกสารให้เมื่อไหร่?
A: เอกสารทุกชนิดจะถูกออกให้ทันทีหลังทาง Daywork ทำการจ่ายเงินให้ผู้รับงานเสร็จสิ้น และสามารถดาวน์โหลดผ่าน Employer App ได้เลย

 

 

ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง

 Facebook : www.facebook.com/daywork.th

 Website : www.daywork.co

 Linkedin : www.linkedin.com/company/daywork-thailand

 Lemon8 : www.lemon8-app.com/@dayworkth

 

 

 

อ่านบทความต่อ

บทความทั้งหมด

หากคุณกำลังมองหาพนักงานพาร์ทไทม์? มาลงประกาศตามหากับเรา

หาพนักงาน ประกาศงานได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ประกาศงานฟรี ได้พนักงานดี รวดเร็ว ทันใจ

ประจำ
พาร์ทไทม์
ด่วน
จำนวนมาก
daywork-ลงประกาศตามหากับเรา