วันที่โพสต์: 23 January 2023 วันที่อัปเดต: 8 July 2025

เช็กด่วน! เงินเดือนเท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไหร่

เช็กด่วน! เงินเดือนเท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไหร่

    เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีข้อสงสัยกันใช่มั้ยว่า ในแต่ละปี เราต้องเสียภาษีกันคนละเท่าไหร่ วันนี้ Daywork เลยจะสรุปมาให้เพื่อนๆ แบบครบจบในโพสต์เดียว สำหรับการคำนวณภาษีปี 2565 ที่จะมีรายละเอียด รวมถึงวิธีลดหย่อนอะไรได้บ้าง ใครพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!

 

บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบภาษีเมื่อไร ?

    มนุษย์เงินเดือนที่มีเงินได้ ปกติการยื่นแบบแสดงรายการ จะยื่นปีละ 1 ครั้ง (ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป) แต่ถ้าเงินได้บางลักษณะ เช่น การให้เช่าทรัพย์สิน เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เงินได้จากการรับเหมา หรือเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ เป็นต้น จะต้องยื่นแบบฯ ตอนกลางปี (สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นใน 6 เดือนแรก ภายในเดือนกันยายนของทุกปี)

บุคคลธรรมดา ยื่นภาษี

บุคคลธรรมดาต้องมีเงินได้เท่าไหร่ ถึงจะต้องเสียภาษี?

    โดยเกณฑ์เงินได้พึงประเมินขั้นต่ำที่ผู้มีเงินได้ “ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี” จะแบ่งเป็นสำหรับคนโสด และคนที่สมรสแล้ว

คนโสด

รายได้ต่อเดือน 10,000 บาท รายได้ทั้งปี 120,000 บาท

รายได้ต่อเดือน 5,000 บาท รายได้ทั้งปี 60,000 บาท

    คนที่สมรสแล้ว

รายได้ต่อเดือน 18,333 บาท รายได้ทั้งปี 220,000 บาท

รายได้ต่อเดือน 10,000 บาท รายได้ทั้งปี 120,000 บาท

 

หลักการคำนวณภาษี แบบสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ “ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี”

โดยเงินได้สุทธิ สามารถหาได้จากการนำรายได้ทั้งหมดมารวมกัน พร้อมหาค่าลดหย่อน และนำมาหักออกจากรายได้ทั้งหมด เหลือเท่าไหร่ก็จะเป็นเงินสุทธิที่จะนำไปคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

บุคคลธรรมดา ที่ต้องเสียภาษี

วิธีการคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สูตรการคำนวณหาเงินได้สุทธิ

“เงินได้สุทธิ = เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน”

 

สูตรการคำนวณหาภาษีจากเงินสุทธิ

“ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี”

วิธีการคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สำหรับวิธีการคำวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี ให้ทำเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

1. คำนวณหาเงินภาษี ตามวิธีคิดอัตราภาษีเงินได้แบบขั้นบันได

  • เงินได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท (อัตราภาษี 0% หรือได้รับการยกเว้นภาษี) ภาษี = 0
  • เงินได้สุทธิ 150,000 – 300,000 บาท (อัตราภาษี 5%) ภาษี = (เงินได้สุทธิ –  150,000) x5%
  • เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท (อัตราภาษี 10%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ – 300,000) x10% ] + 7,500
  • เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท (อัตราภาษี 15%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ – 500,000) x15% ] + 27,500
  • เงินได้สุทธิ 750,001 – 1 ล้านบาท (อัตราภาษี 20%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ –  750,000) x20% ] + 65,000
  • เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท (อัตราภาษี 25%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ – 1,000,000) x25% ] + 115,000
  • เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท (อัตราภาษี 30%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ – 2,000,000) x30% ] + 365,000
  • เงินได้สุทธิมากกว่า 5 ล้านบาท (อัตราภาษี 35%) ภาษี = [ (เงินได้สุทธิ – 5,000,000) x35% ] + 1,265,000

 

2. ในกรณีที่จะต้องคำนวณภาษีตามวิธีคิดแบบเหมา

คือเมื่อมีรายได้ทางอื่น นอกเหนือจากเงินได้ประเภทที่ 1 หรือเงินเดือน หากรายได้จากทางอื่นทั้งหมด มีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ให้คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน

 

“ภาษีแบบเหมา = (เงินได้ทุกประเภท - เงินเดือน) x 0.005”

 

**ข้อควรระวัง

  • คำนวณจากรายได้ทางอื่นๆ ทุกทาง ยกเว้นเงินเดือน
  • หากคำนวณด้วยวิธีคิดแบบเหมาแล้ว มีภาษีที่ต้องเสียทั้งสิ้นไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีในวิธีนี้

 

3. เปรียบเทียบ และสรุป โดยให้เทียบกันระหว่าง 2 วิธีนี้ วิธีคิดแบบขั้นบันได กับวิธีคิดแบบเหมา โดยวิธีใดคำนวณแล้วเสียภาษีสูงกว่า ให้เลือกเสียภาษีตามวิธีนั้น

วิธีการคำวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี ให้ทำเป็น 3 ขั้นตอน

เราสามารถลดหย่อนภาษีจากอะไรได้บ้าง?

กลุ่มที่ 1 ค่าลดหย่อนพื้นฐาน

  • ลดหย่อนผู้มีเงินได้
  • ลดหย่อนคู่สมรส (ไม่มีเงินได้)
  • ลดหย่อนบุตร
  • ค่าฝากครรภ์หรือค่าคลอดบุตร
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการหรือทุพพลภาพ

 

กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อน/ยกเว้น ด้านการออมและการลงทุน

  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินสะสมกองทุน กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน
  • เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
  • เงินสมทบกองทุนประกันสังคม
  • เบี้ยประกันชีวิต
  • เบี้ยประกันสุขภาพ
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
  • ค่าซื้อหน่วยลงทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
  • ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย
  • เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม)

 

กลุ่มที่ 3 มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายภาครัฐ

  • ค่าลดหย่อนพิเศษในปีภาษี เช่น โครงการช้อปดีมีคืน 2565

 

กลุ่มที่ 4 ค่าลดหย่อนเพื่อบริจาค

  • เงินบริจาคทั่วไป
  • เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม สาธารณประโยชน์ และสถานพยาบาลรัฐ
  • เงินบริจาคพรรคการเมือง

สามารถลดหย่อนภาษีจากอะไรได้บ้าง

 

        ทีนี้เพื่อนๆ คงพอจะรู้กันคร่าวๆ แล้วใช่มั้ยว่าเงินได้ของเราแต่ละปีอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ลดหย่อนภาษีได้ยังไงบ้าง และที่สำคัญก่อนจะยื่นภาษี ต้องไม่ลืมคำนวณภาษีของตัวเองให้ละเอียดทุกครั้งด้วยน้า!

 

 

ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง

Facebook : www.facebook.com/daywork.th

Website : www.daywork.co

Linkedin : www.linkedin.com/company/daywork-thailand

Blockdit : www.blockdit.com/dayworkthailand

อ่านบทความต่อ

บทความทั้งหมด

โหลดแอปตอนนี้ หางาน ได้ทันทีเร็วสุด 1 ชั่วโมง!

ดาวน์โหลด Daywork แอปพลิเคชันของเราได้แล้ววันนี้ ทั้งใน Apple Store และ Google Play

daywork-แพลตฟอร์มจับคู่งาน-ภาพตัวอย่างแอปพลิเคชั่น