หลายคนอยากเริ่มต้นลงทุนให้เงินงอกเงย แต่พอเห็นตัวเลขในบัญชี ก็ต้องเจอกับปัญหาด่านแรกคือ ทุนน้อย หรือ เงินไม่พอ จนมีความรู้สึกท้อใจเลิกคิดลงทุนไปเลยก็มี แต่อย่าเพิ่งรีบถอดใจกันไป! เพราะการลงทุนที่ชาญฉลาดไม่จำเป็นต้องอาศัยต้นทุนที่มีจำนวนมาก แต่หากเรามีการวางแผนการลงทุน การวางแผนการเก็บเงิน และมีเวลาศึกษาการลงทุนที่ตัวเองสนใจ ก็จะสามารถทำให้เงินที่ไม่มากนี้ งอกเงยจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้เลยทีเดียว
และสำหรับผู้ที่สนใจ Daywork ก็มี 6 วิธีง่ายๆ ของการวางแผนทางการเงินและการลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำ ต้นทุนน้อย ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้มาแนะนำ ใครชอบวิธีไหน ก็ตามไปลงทุนใช้วิธีนั้นกันได้เลย!
1. กองทุนรวม
หลายคนอาจคิดว่าการลงทุนกับกองทุนรวม ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ และต้องมีความเสี่ยงสูง แต่เราสามารถเลือกกองทุนที่เหมาะสมตามกำลังทรัพย์ได้ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินเก็บไปพักไว้ที่ไหนดี สามารถลงทุนกับกองทุนรวม อย่าง ตราสารหนี้ หรือตราสารตลาดเงิน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำได้ และราคาเริ่มต้นขั้นต่ำในการลงทุนเพียงเดือนละ 1,000 – 2,000 บาท ก็สามารถลงทุนกับกองทุนได้แล้ว โดยระยะเวลามีตั้งแต่ระยะสั้น 6 เดือน ไปจนถึงระยะยาว 5 ปีขึ้นไป และไม่มีการผูกมัดอะไรมาก แต่เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นผลตอบแทนจึงอาจได้รับในปริมาณน้อยตามเงินลงทุนไปด้วย แต่เมื่อเรามีทุนมากขึ้น ก็อาจขยับไปลงทุนในกองทุนความเสี่ยงสูงที่ให้ผลตอบแทนสูงในอนาคตแทนได้
2. DW
Derivative Warrant หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ที่เรานิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า DW คือ สินทรัพย์การลงทุนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ลงทุนในการที่จะซื้อ (Put DW) หรือ ขาย (Call DW) สินทรัพย์อ้างอิง ในราคา ระยะเวลา อัตราการใช้สิทธิ และเงื่อนไขอื่นๆ ที่กำหนดไว้ ส่วนเหตุผลที่หลายๆ คนเลือกที่จะลงทุน หรือเก็งกำไรจาก DW ก็เนื่องจากมันมาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า อัตราทดในการลงทุน หรือ Gearing ซึ่งหมายถึง ผู้ลงทุนสามารถใช้เงินจำนวนที่เท่ากันในการสร้างอัตราผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรงได้
ตัวอย่างการลงทุนด้วยเงิน 10,000 บาทเท่ากัน กรณีแรก นำไปลงทุน หุ้น X ที่ราคา 10 บาทต่อหุ้น จำนวน 10,000 บาท ต่อมาราคาหุ้น X วิ่งขึ้นไปที่ 12.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 25% เราจะได้กำไร 2,500 บาท
กรณีที่สอง นำไปลงทุนใน Call DW ที่อ้างอิงกับหุ้น X ที่ราคา 1.00 บาท (และมีค่าอัตราทด หรือ Effective Gearing อยู่ที่ 2.0 เท่า) จำนวน 10,000 บาทเท่ากัน และต่อมาราคา Call DW นี้วิ่งขึ้นไปที่ 1.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 50% เราจะได้กำไร 5,000 บาท
จะเห็นได้ว่า Call DW สามารถให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าด้วยเงินลงทุนเท่ากันกับการลงทุนในหุ้น X โดยตรง แต่ในทางกลับกัน หากผู้ลงทุนคาดการณ์ผิดทาง ก็ขาดทุนในอัตราที่สูงกว่าด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการลงทุนใน DW ที่มีอัตราทด จึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้น X โดยตรงนั่นเอง
3. ตราสารหนี้
ตราสารหนี้ (Bond) คือ ตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (นักลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “ดอกเบี้ย” อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และจะได้รับ “เงินต้น” คืนเมื่อครบกำหนดอายุ ตัวอย่างตราสารหนี้ที่พบเห็นทั่วไป เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชน
โดยความโดดเด่นของตราสารหนี้ จะอยู่ตรงที่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย แต่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เฉลี่ยที่ 2-5% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปที่ให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.3 - 0.5% โดยถ้าลงทุนในพันธบัตรซึ่งมีผู้ออกเป็นรัฐบาล ยิ่งทำให้มีโอกาสสูญเสียเงินต้นต่ำมาก แต่หากลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ก่อนลงทุนต้องดูให้แน่ใจก่อนว่า บริษัทนั้นมีฐานะมั่นคง มีเงินจะจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนได้
4. Digital Access
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังได้รับความนิยม และมีบทบาทมากขึ้นในแวดวงการเงินในฐานะเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในเวลาอันรวดเร็ว แต่ความเสี่ยงและความผันผวนก็สูงมากเช่นกัน ประกอบกับเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวตลอดเวลา จึงอาจเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง
สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ หรือใช้กำหนดสิทธิการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสิทธิได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง สินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มี 2 ประเภท คือ
4.1. คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลหากผู้ใช้ยอมรับ โดยคริปโทเคอร์เรนซีที่เป็นที่รู้จัก เช่น Bitcoin, Ethereum, Tether, BNB, USD Coin เป็นต้น
4.2. โทเคนดิจิทัล (Digital Token) คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใด ๆ (Investment Token) หรือกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง (Utility Token) ตามที่ได้ตกลงกับผู้ออกโทเคนไว้ โดยเป็นการเสนอขายโทเคนผ่านกระบวนการ Initial Coin Offering (ICO) ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วย
ด้วยราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเลือกลงทุนได้ถูกที่ ถูกเวลา อาจสร้างผลตอบแทนในระดับที่ดีในเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกันเป็นตลาดการลงทุนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สินทรัพย์ดิจิทัลก็อาจไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทุกคน Daywork แนะนำให้ตรวจสอบตัวเองก่อนว่าเป็นคนที่เหมาะกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่
5. ETF
ETF หรือ Exchange Traded Fund คือ กองทุนรวมดัชนี หรือ Index Fund หมายถึงกองทุนรวมที่มีนโนยบายการลงทุนให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนีอ้างอิงต่างๆ เช่น SET50 และมีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นส่วนผสมระหว่างหุ้นและกองทุนรวม คือ เป็นกองทุนรวมที่สามารถซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนกันได้แบบ Real Time ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกับหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่มีการกระจายการลงทุนเหมือนกับกองทุนรวม หรือถ้าเราพูดง่ายๆ ETF ก็เหมือนกับกองทุนรวมแบบหนึ่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้นนั่นเอง และด้วยความที่ ETF สามารถซื้อขายได้เหมือนกับหุ้นเลยทำให้มันค่อนข้างที่จะได้เปรียบกว่ากองทุนรวมทั่วๆ ไป
6. การพัฒนาสกิลใหม่ๆ
การเรียนรู้ และพัฒนาทักษใหม่ๆ จะช่วยให้เราเดินไปข้างหน้าอย่างทันกระแสโลกที่พัดพาไป และการเข้ามาของเทคโนโลยี เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไวไปหมด ความสามารถในการปรับตัว การอัพเดตความรู้รอบตัวอยู่เรื่อยๆ สื่อสารเป็น มีความคิดสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ทำให้เราเติบโตในหน้าที่การงาน และชีวิตด้านอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีในยุคดิจิทัล
และนี่ก็คือ 6 วิธี ที่ถึงแม้ว่าเงินทุนจะน้อย ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ขอให้ลองศึกษาดูให้ละเอียด ถี่ถ้วน ว่าเราเหมาะกับช่องทางไหน แล้วค่อยลงทุนในวิธีที่ตัวเองสนใจกันดู!
ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง
Facebook : www.facebook.com/daywork.th
Website : www.daywork.co
Linkedin : www.linkedin.com/company/daywork-thailand
Blockdit : www.blockdit.com/dayworkthailand

