วันที่โพสต์: 9 July 2026

7 สิทธิ์กฎหมายแรงงานไทยที่พนักงานพาร์ทไทม์ต้องรู้

7 สิทธิ์กฎหมายแรงงานไทยที่พนักงานพาร์ทไทม์ต้องรู้

7 สิทธิ์ในกฎหมายแรงงานไทย เป็นเรื่องที่พนักงานพาร์ทไทม์ควรรู้ก่อนเริ่มงาน ไม่ว่าจะทำงานร้านอาหาร 4 ชั่วโมงหลังเลิกเรียน รับงานอีเวนต์เสาร์อาทิตย์ หรือทำงานหน้าร้านช่วงเทศกาล เพราะคำว่า “พาร์ทไทม์” ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงานเสมอไป บทความนี้อธิบายแบบภาษาธรรมดา ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี แต่ช่วยให้คุณเช็กสิทธิ์พื้นฐานของตัวเองได้เร็วขึ้นก่อนตัดสินใจรับงานหรือร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงานไทย

หนังสือปกแข็งเปิดอยู่บนโต๊ะไม้ ข้างๆ มีแก้วกาแฟสีขาวและสมุดโน้ตเกลียวพร้อมที่คั่นสีเหลือง แสงธรรมชาติส่องจากหน้าต่าง บรรยากาศอบอุ่นและสงบ เหมาะสำหรับบทความด้านกฎหมายแรงงานที่เป็นมิตร

กฎหมายแรงงานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด — ถ้าเข้าใจจุดสำคัญที่นายจ้างควรรู้

กฎหมายแรงงานไทยสำหรับพาร์ทไทม์

  • พาร์ทไทม์ คืออะไรในมุมกฎหมายแรงงาน

  • ค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่ากฎหมาย

  • การจ่ายค่าจ้างต้องตรงตามที่ตกลง

  • ชั่วโมงทำงานและ OT ต้องชัดเจน

  • วันหยุดที่พนักงานพาร์ทไทม์ควรรู้

  • ประกันสังคมขึ้นอยู่กับสถานะการจ้าง

  • การเลิกจ้างต้องทำให้ถูกขั้นตอน

  • ร้องเรียนสิทธิ์แรงงานได้ที่ไหน

พนักงานพาร์ทไทม์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานหรือไม่

พาร์ทไทม์ คืออะไรในมุมกฎหมายแรงงาน

พาร์ทไทม์ คือการทำงานไม่เต็มเวลาหรือทำงานเป็นกะตามที่ตกลงกับนายจ้าง เช่น ทำวันละ 4 ชั่วโมง ทำเฉพาะวันหยุด หรือทำตามรอบอีเวนต์ จุดสำคัญไม่ใช่ชื่อเรียกบนประกาศงาน แต่คือความสัมพันธ์จริงระหว่างคุณกับผู้ว่าจ้าง หากมีการสั่งงาน กำหนดเวลา ควบคุมการทำงาน และจ่ายค่าจ้างเป็นค่าตอบแทน คุณอาจอยู่ในสถานะ “ลูกจ้าง” ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้

งานพาร์ทไทม์บางแบบเป็นงานจ้างแรงงาน

บางแบบอาจเป็นงานรับจ้างทำของหรือฟรีแลนซ์ เงื่อนไขจึงต่างกันมาก ก่อนเริ่มงานควรถามให้ชัดว่าใครเป็นนายจ้าง รอบจ่ายเงินเป็นอย่างไร ต้องเข้างานกี่โมง มีหัวหน้างานกำกับหรือไม่ และมีเอกสารยืนยันเงื่อนไขงานหรือเปล่า เอกสารเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงเวลาค่าจ้างไม่ตรงหรือถูกยกเลิกกะกะทันหัน หางานบนเว็บ ของ Daywork ช่วยให้ผู้สมัครดูรายละเอียดงาน ค่าแรง สถานที่ และเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนสมัครได้ เหมาะกับคนที่อยากเปรียบเทียบงานพาร์ทไทม์หลายตำแหน่งโดยไม่ต้องถามซ้ำหลายรอบ

หลักฐานอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้คำว่า “ลูกจ้าง” โดยดูจากการทำงานให้นายจ้างและได้รับค่าจ้าง ไม่ได้ตัดสิทธิ์เพียงเพราะทำงานไม่เต็มเวลา

สิทธิ์ 7 ข้อที่พนักงานพาร์ทไทม์มีตามกฎหมาย

ค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่ากฎหมาย

พนักงานพาร์ทไทม์มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ที่ทำงาน หากประกาศจ่ายเป็นรายชั่วโมง ควรลองเทียบกับอัตราขั้นต่ำรายวันของจังหวัดนั้นโดยคิดจากชั่วโมงทำงานปกติ เช่น พื้นที่กรุงเทพฯ ในปี 2568 มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 372 บาทต่อวัน หากเทียบ 8 ชั่วโมงจะเท่ากับ 46.50 บาทต่อชั่วโมงโดยประมาณ

คำค้นอย่าง “ค่าแรงพาร์ทไทม์ 2568 ชั่วโมงละ” จึงต้องดูจังหวัดประกอบด้วย เพราะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้เท่ากันทั้งประเทศ งานที่จ่ายสูงกว่าขั้นต่ำทำได้ตามปกติ แต่งานที่จ่ายต่ำกว่าขั้นต่ำควรถามเหตุผลและขอหลักฐานเงื่อนไขงานให้ชัดก่อนเริ่มงาน หลักฐานอ้างอิงคือประกาศคณะกรรมการค่าจ้างที่มีผลใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งกำหนดอัตราโดยประมาณ 337 ถึง 400 บาทต่อวันตามจังหวัด

การจ่ายค่าจ้างต้องตรงตามที่ตกลง

นายจ้างควรจ่ายค่าจ้างตามวัน วิธี และรอบที่ตกลงกันไว้ เช่น จ่ายหลังจบกะ จ่ายรายสัปดาห์ หรือจ่ายรายเดือน หากมีการหักเงิน ต้องมีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายและควรแจ้งให้ลูกจ้างเข้าใจก่อน ไม่ควรหักแบบไม่อธิบายหรือเปลี่ยนเงื่อนไขหลังทำงานเสร็จแล้ว สิ่งที่ควรเก็บไว้คือแชตตกลงงาน ภาพประกาศงาน ใบบันทึกเวลาเข้าออกงาน และหลักฐานการโอนเงิน หากถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และเงินอื่นที่ค้างภายใน 3 วันนับจากวันที่เลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อนี้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างไม่ครบ

ชั่วโมงทำงานและ OT ต้องชัดเจน

โดยหลักทั่วไป ชั่วโมงทำงานปกติต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ งานบางประเภทที่อาจเป็นอันตรายมีข้อจำกัดเข้มกว่า การทำงานเกินเวลาปกติควรได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ยกเว้นกรณีจำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าคุณรับงานพาร์ทไทม์ 4 ชั่วโมง แต่หน้างานขอให้อยู่ต่ออีก 3 ชั่วโมง ควรถามให้ชัดว่าส่วนที่เพิ่มเป็น OT หรือคิดค่าแรงอย่างไร และให้ใครอนุมัติ การเก็บหลักฐานเวลาเลิกงานจริงช่วยได้มาก เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ

วันหยุดที่พนักงานพาร์ทไทม์ควรรู้

ลูกจ้างมีสิทธิ์เรื่องวันหยุดตามกฎหมาย เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อเข้าเงื่อนไข แต่การใช้สิทธิ์จริงของพนักงานพาร์ทไทม์ต้องดูตารางงานและลักษณะการจ้างประกอบด้วย เช่น ทำเฉพาะเสาร์อาทิตย์อาจมีวิธีจัดวันหยุดต่างจากพนักงานประจำที่ทำ 6 วันต่อสัปดาห์ กฎหมายกำหนดวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปีรวมวันแรงงานแห่งชาติ และลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปีมีสิทธิ์วันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน หากนายจ้างให้ทำงานในวันหยุด ต้องดูเรื่องค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

ประกันสังคมขึ้นอยู่กับสถานะการจ้าง

ประกันสังคมเป็นสิทธิ์ที่หลายคนมองข้าม พนักงานพาร์ทไทม์ที่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายและทำงานกับนายจ้างที่เข้าข่าย ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนประกันสังคมตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม โดยทั่วไปนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มทำงาน ถ้าเป็นงานรับจ้างเป็นครั้งคราวหรือฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง อาจไม่เข้าเงื่อนไขผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่ยังมีทางเลือกอื่น เช่น มาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ควรเช็กสถานะกับนายจ้างและสำนักงานประกันสังคมโดยตรง หลักฐานอ้างอิงคือพระราชบัญญัติประกันสังคมและข้อมูลผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคม

การเลิกจ้างต้องทำให้ถูกขั้นตอน

นายจ้างไม่ควรเลิกจ้างแบบไม่แจ้งเหตุ ไม่จ่ายค่าจ้างค้าง หรือหายไปหลังจบงาน หากเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย การเลิกจ้างต้องดูเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยเมื่อทำงานครบเงื่อนไขตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไปอาจเข้าเงื่อนไขค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดร้ายแรง แต่สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหรือจ้างงานเฉพาะโครงการบางกรณีอาจมีรายละเอียดต่างออกไป ข้อนี้ควรตรวจเอกสารการจ้างและสอบถามพนักงานตรวจแรงงาน เพราะพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดเงื่อนไขค่าชดเชยตามอายุงานเป็นขั้น ๆ

ร้องเรียนสิทธิ์แรงงานได้ที่ไหน

ถ้าถูกละเมิดสิทธิ์ เช่น ไม่จ่ายค่าแรง หักเงินไม่ชัดเจน บังคับทำ OT โดยไม่ตกลง หรือไม่จ่ายเงินหลังเลิกจ้าง ให้เริ่มจากรวบรวมหลักฐานก่อนเสมอ หลักฐานที่ใช้ได้ เช่น แชตกับหัวหน้างาน รูปตารางกะ ใบบันทึกเวลา สลิปโอนเงิน และภาพประกาศรับสมัครงาน

แอปหางาน ของ Daywork ช่วยให้ผู้สมัครดูงานและข้อมูลประกาศในที่เดียว ลดการตกลงงานแบบไม่มีหลักฐาน และช่วยให้เห็นรายละเอียดงานก่อนสมัครชัดขึ้น แต่ถ้าเกิดข้อพิพาทด้านกฎหมายแรงงาน ควรติดต่อหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจโดยตรง เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

หลักฐานเฉพาะ: ช่องทางรัฐที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ได้แก่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ส่วนประกันสังคมติดต่อสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506

กรณีที่พบบ่อย: เมื่อนายจ้างละเมิดสิทธิ์พนักงานพาร์ทไทม์

ทำงานครบแล้วแต่ไม่ได้เงิน

กรณีนี้พบบ่อยในงานระยะสั้น เช่น งานอีเวนต์ งานร้านอาหารช่วงเทศกาล หรืองานแจกสินค้าชั่วคราว ให้ทวงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เช่น ส่งข้อความสรุปวันที่ทำงาน จำนวนชั่วโมง อัตราค่าจ้าง และยอดเงินที่ค้าง เพื่อให้มีหลักฐานว่าคุณแจ้งทวงแล้ว ถ้านายจ้างยังไม่จ่าย ให้เตรียมหลักฐานและติดต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ที่ทำงาน หลักฐานที่มีวันที่ เวลา และจำนวนเงินจะช่วยให้เรื่องเดินเร็วกว่าเล่าปากเปล่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุเรื่องการจ่ายค่าจ้างและเงินค้างหลังเลิกจ้างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรอบ 3 วันหลังเลิกจ้างสำหรับเงินที่ค้างจ่าย

ประกาศค่าแรงอย่างหนึ่ง แต่หน้างานจ่ายอีกอย่าง

ถ้าประกาศงานระบุ 60 บาทต่อชั่วโมง แต่หลังทำงานจบแจ้งว่าจะจ่าย 45 บาทต่อชั่วโมง ให้เก็บภาพประกาศเดิมและข้อความตกลงงานไว้ทันที การเปลี่ยนอัตราค่าจ้างย้อนหลังโดยไม่มีการตกลงชัดเจนเป็นความเสี่ยงที่ลูกจ้างไม่ควรรับเงียบ ๆ วิธีลดปัญหาคือถามก่อนเริ่มงานว่าอัตราค่าจ้างรวมอะไรบ้าง เช่น รวมค่าพักหรือไม่ รวมค่าเดินทางหรือไม่ จ่าย OT อย่างไร และใครเป็นผู้อนุมัติชั่วโมงเพิ่ม หลักฐานเฉพาะในปี 2568 คืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันตามจังหวัดจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งใช้เป็นฐานเช็กว่าค่าจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมาย

ถูกยกเลิกกะกะทันหัน

งานพาร์ทไทม์บางงานมีความต้องการคนขึ้นลงเร็ว แต่ถ้าคุณเดินทางถึงหน้างานแล้วถูกยกเลิกโดยไม่มีเงื่อนไขชัดเจน ควรตรวจข้อตกลงเดิมว่ามีค่าชดเชยการยกเลิกกะหรือค่ารายงานตัวหรือไม่ หากไม่มีเอกสารเลย การเรียกร้องอาจยากขึ้น ก่อนรับงานครั้งต่อไป ให้ขอรายละเอียดเรื่องเวลาเริ่มงาน เวลาสิ้นสุด เงื่อนไขยกเลิกกะ และรอบจ่ายเงินเป็นข้อความเสมอ ตัวอย่างหลักฐานที่ใช้ได้จริงคือภาพแชตยืนยันกะจากผู้ประสานงานและพิกัดหน้างานที่ส่งไว้ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่แค่การคุยโทรศัพท์โดยไม่มีบันทึก

ช่องทางร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิ์

เตรียมหลักฐานก่อนร้องเรียน

ก่อนติดต่อหน่วยงานรัฐ ให้จัดหลักฐานเป็นชุดเดียวกันเพื่ออธิบายเรื่องได้เร็วขึ้น เริ่มจากชื่อสถานประกอบการ สถานที่ทำงาน วันที่ทำงาน จำนวนชั่วโมง อัตราค่าจ้างที่ตกลง ยอดเงินที่ค้าง และชื่อผู้ประสานงาน ถ้ามีสำเนาบัตรพนักงานชั่วคราวหรือใบลงเวลา ให้เก็บไว้ด้วย

ไม่ควรลบแชตหรือโพสต์ประกาศงาน แม้จะรู้สึกโกรธหรือผิดหวัง เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันว่ามีการตกลงงานจริง ถ้าต้องส่งต่อหลักฐาน ควรส่งเป็นไฟล์ภาพหรือไฟล์ PDF ที่เห็นวันที่และเวลาได้ชัดเจน หลักฐานเฉพาะที่มักมีน้ำหนักคือสลิปโอนเงินและข้อความยืนยันกะงานจากนายจ้างหรือผู้ประสานงาน

ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เรื่องค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุด OT และการเลิกจ้าง ให้ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ส่วนเรื่องประกันสังคม เช่น นายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนหรือข้อมูลเงินสมทบไม่ถูกต้อง ให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506 เพื่อเช็กสถานะผู้ประกันตน

หากยังไม่แน่ใจว่างานของคุณเป็นลูกจ้าง พนักงานชั่วคราว หรือฟรีแลนซ์ ให้เล่ารูปแบบการทำงานจริงกับเจ้าหน้าที่ เช่น ใครสั่งงาน ใครกำหนดเวลา ใครจ่ายเงิน และมีการควบคุมงานอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสิทธิ์ได้แม่นขึ้น หลักฐานอ้างอิงคือช่องทางบริการประชาชนของกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิ์แรงงานพาร์ทไทม์

พาร์ทไทม์ คืออะไร และต่างจากพนักงานประจำอย่างไร

พาร์ทไทม์ คือการทำงานไม่เต็มเวลา เช่น ทำเป็นกะ ทำเฉพาะวันหยุด หรือทำบางช่วงของวัน ต่างจากพนักงานประจำตรงตารางงานและจำนวนชั่วโมง แต่ถ้ามีสถานะเป็นลูกจ้าง ก็ยังอาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานไทยตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ค่าแรงพาร์ทไทม์ 2568 ชั่วโมงละเท่าไหร่

ต้องดูจังหวัดที่ทำงาน เพราะค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 กำหนดเป็นรายวันตามพื้นที่ โดยประมาณอยู่ที่ 337 ถึง 400 บาทต่อวัน เช่น กรุงเทพฯ 372 บาทต่อวัน หากเทียบ 8 ชั่วโมงจะประมาณ 46.50 บาทต่อชั่วโมง งานที่จ่ายเป็นรายชั่วโมงจึงควรไม่ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำที่เกี่ยวข้อง

สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราวจำเป็นไหม

ควรมีอย่างน้อยเป็นข้อความหรือเอกสารที่ยืนยันเงื่อนไขสำคัญ เช่น ตำแหน่งงาน วันเวลาเริ่มงาน ค่าแรง รอบจ่ายเงิน OT วันหยุด และเงื่อนไขยกเลิกกะ สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราวช่วยลดปัญหาเมื่อตกลงกันไม่ตรงหลังทำงานเสร็จ

พนักงานพาร์ทไทม์มีประกันสังคมหรือไม่

มีได้ หากรูปแบบงานเข้าเงื่อนไขเป็นลูกจ้างและนายจ้างอยู่ในระบบที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม โดยทั่วไปนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน หากไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 33 อาจพิจารณามาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าแรงพาร์ทไทม์ต้องทำอย่างไร

ให้รวบรวมหลักฐาน เช่น แชตตกลงงาน ตารางกะ บันทึกเวลา และหลักฐานการโอนเงิน จากนั้นทวงเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังไม่ได้รับเงิน ให้ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

ติดตาม Daywork ได้ที่ช่องทาง

Website: http://daywork.co

TikTok: http://tiktok.com/@dayworkth

Lemon8: http://lemon8-app.com/@dayworkth

Youtube: https://www.youtube.com/@dayworkofficial

X: https://x.com/DayworkOfficial

Facebook:https://www.facebook.com/daywork.th/

อ่านบทความต่อ

บทความทั้งหมด

โหลดแอปตอนนี้ หางาน ได้ทันทีเร็วสุด 1 ชั่วโมง!

ดาวน์โหลด Daywork แอปพลิเคชันของเราได้แล้ววันนี้ ทั้งใน Apple Store และ Google Play

daywork-แพลตฟอร์มจับคู่งาน-ภาพตัวอย่างแอปพลิเคชั่น